วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การใช้ทรัพยากรแหล่งการเรียนรู้

การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้


ความหมาย


      ศูนย์รวมขององค์ความรู้ทั้งที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ บุคคล สิ่งประดิษฐ์ วัตถุ อาคาร สถานที่ ตลอดจนบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีอยู่อย่างกระจัดกระจายและมากมายทั่วทุกหนแน่ง อันเป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญาที่แทรกซึมอยู่ในวิถีมนุษย์ เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ค้นพบใกล้ตัวสามารถเรียนรู้ได้อย่างไม่รู้จบ รวมทั้งสามารถบูรณาการเข้ากับระบบการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

ความสำคัญ
             การพัฒนาทักษะความสามรถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการ ความสนใจ และความถนัด




ประเภท


            
               แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็น 5 ประเภท
1. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม มีผลงานได้รับการยกย่อง เป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งถือเป็นตัวอย่างต้นแบบกับบุคคลรุ่นหลังสืบไปในหลายสาขาอาชีพ

ยกตัวอย่างเช่น  เลโอนาร์โด ดา วินชี เป็นอัจฉริยะบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงมากมาย


2. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภททรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในโลกและอวกาศ ซึ่งไม่ได้หมายถึงสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ เช่น ภูเขา ป่าไม้ ลำธาร ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ และสัตว์ป่านานาชนิด เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น   เกาะพีพี เป็นเกาะที่อยู่ในจังหวัดกระบี่ เกิดขึ้นจากธรรมชาติ


3) ทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทสื่อ หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร แยกได้  2  ประเภท  คือ
            (1) สื่อทางด้านกายภาพ ได้แก่ ลักษณะสิ่งพิมพ์ ฟิล์ม แผ่นภาพโปร่งใส เทปบันทึกภาพ  เทปบันทึกเสียง แผ่น  CD ชนิดเสียงและภาพ เป็นต้น  อุปกรณ์  เป็นตัวช่องทางผ่านในลักษณะเครื่องฉาย เครื่องเสียงชนิดต่างๆ เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น  หนังสือพิมพ์




(2) สื่อทางด้านวิธีการ ได้แก่ รูปแบบที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ทั้งการใช้เทคโนโลยีพื้นบ้าน และเทคโนโลยีระดับสูง ได้แก่
                        (2.1) สื่อท้องถิ่น ประเภทเพลง เช่น หมอลำ หนังตะลุง ลำตัด อีแซว ลำนำเพลงซอ เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย และนิทานพื้นบ้าน เป็นต้น

ยกตัวอย่างเช่น  หนังตะลุง


                   หนังตะลุง คือ ศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่นอย่างหนึ่งของภาคใต้ เป็นการเล่าเรื่องราวที่ผูกร้อยเป็นนิยาย ดำเนินเรื่องด้วยบทร้อยกรองที่ขับร้องเป็นสำเนียงท้องถิ่น หรือที่เรียกกันว่าการ "ว่าบท" มีบทสนทนาแทรกเป็นระยะ และใช้การแสดงเงาบนจอผ้าเป็นสิ่งดึงดูดสายตาของผู้ชม


(2.2) สื่อกิจกรรม เช่น  หมากเก็บ หมากขะเหย่ง ตี่จับ มอญซ่อนผ้า เดินกะลา  เป็นต้น เป็นที่น่าสังเกตว่า สื่อกิจกรรมพื้นบ้านดังกล่าวมีมาแต่โบราณ หลายกิจกรรมเหมือนกับของชนเผ่าปิกมี่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกตื่นเต้นในกลุ่มเด็กๆ ปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยมอยู่ แต่ก็มีกิจกรรมที่ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับ จนถึงการใช้เทคโนโลยีระดับสูง เช่น โปรแกรมเกมคอมพิวเตอร์ บทเรียนโปรแกรม โปรแกรมผ่านสื่ออินเตอร์เนต ระบบมัลติมิเดีย ประเภท E-Learning เป็นต้น ซึ่งการประชุมสัมมนา การปฏิบัติงานกลุ่ม  การทัศนศึกษา ก็เข้าข่ายสื่อกิจกรรมชนิดหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น  การเดินกะลา



                เดินกะลา เป็นตัวอย่างหนึ่งของเล่นพื้นบ้านไทยกลุ่มจุดศูนย์ถ่วง มีชื่อเรียกต่างๆกันไป ในแต่ละพื้นที่ เช่น กาสิก ไม้ย่างกางเกง อีโก๊ะ อีกับ ก๊อบแก๊บ ม้ากะลา เนื่องจากเสียงที่ได้ยินระหว่างเดินและวิ่ง

4. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทวัตถุและอาคารสถานที่  หมายถึง วัตถุและอาคารสถานที่ ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งความรู้ด้วยตัวของมันเอง สามารถสื่อความหมายโดยลำพังตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่น   สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ 



                        มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ (Museum Siam: Discovery Museum) ภายใต้ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้น การสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของ แหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยเกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จัก ตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และกิจกรรมสร้าง สรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น


5. แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

ยกตัวอย่างเช่น  Google   ถือเป็นทรัพยากรแหล่งเรียนรู้ทั้ง  8  กลุ่มสาระ


              Google ก่อตั้งโดย Larry Page และ Sergey Brin ทั้งคู่เจอกันตอนเรียนปริญญาเอกอยู่ ในปีค.ศ. 1996 โดยในตอนแรกตั้งชื่อว่า Back Rub ห้องพักในมหาวิทยาลัยของคนทั้งสองถูกแปรสภาพเป็นสำนักงาน ห้องพักของเพจเป็นศูนย์สารสนเทศ ส่วนห้องพักของบรินเป็นสำนักงานธุรกิจ ต่อมาได้ย้ายสำนักงานไปยัง Menlo Park มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ในที่สุดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 1998 Google.com ก็ถือกำเนิดขึ้น ณ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอู่ซ่อมรถ ด้วยเงินลงทุน 1 ล้านดอลลาร์อเมริกันที่ระดมจากญาติสนิทและมิตรสหาย - Google เติบโตอย่างรวดเร็ว ผงาดขึ้นเป็น Search Engine ยอดนิยมภายในชั่วเวลาเพียง 5 ปี ปัจจุบันมีคนที่ใช้บริการของ Google.com เฉลี่ย 200 ล้านครั้งต่อวัน ซึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เป็นผลมาจากความรวดเร็วในการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการ และความเที่ยงตรงของข้อมูลที่ให้ - Google ก้าวออกจากธุรกิจ Search Engine และก้าวเข้าสู่ Software Industry และแล้วหลังจากนั้น Google ได้เริ่มบทใหม่ กลายเป็นบริษัทมหาชน หลังจากยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ เพื่อเปิดขายหุ้นมูลค่า 2,700 ล้านดอลลาร์ โดยแต่งตั้งให้มอร์แกน สแตนเลย์ และเครดิต สวิส เฟิร์ส บอสตัน เป็นผู้รับประกัน อย่างสมบูรณ์






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น