วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้

แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล

ภูมิปัญญาท้องถิ่น


ขนมเรไร ร้านขนมคุณยาย ตลาดเก่าร้อยปี อ่างศิลา โดย คุณรุตา เหลืองอ่อน

                เป็นภูมิปัญญาประเภทบุคคล แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ประเภทบุคคล หมายถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม มีผลงานได้รับการยกย่อง เป็นที่ยอมรับของสังคมซึ่งถือเป็นตัวอย่างต้นแบบกับบุคคลรุ่นหลังสืบไปในหลายสาขาอาชีพ

         ประวัติของการเริ่มทำขนม

         เนื่องจากสมัยก่อนคนในยุคนั้นทำขนมเพื่อรับประทานกันเองจนมีฝีมือ จึงได้ทำขายและสืบทอดกันมา ดังเช่น ร้านขนมคุณยาย ที่คุณยายได้ทำขนมขายมาตั้งแต่ตอนสมัยสาว ๆ และสืบทอดมารุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน และขนมภายในร้านขนมของคุณยายมีขนมที่ขึ้นชื่อคือ ขนมเรไร (รังไร) และยังมีขนมที่เป็นสินค้าระดับ OTOP คือขนมข้าวตู ข้าวตอก รวมทั้งยังมีขนมอื่น ๆ ให้ได้ลิ้มรสอีกมากมาย          


                      

ประวัติของร้านขนมคุณยาย

ได้เปิดขายมาเป็นระยะเวลาประมาณ 30 ปี ตั้งแต่สมัยคุณยายยังสาวและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันรุ่นลูกสาวของคุณยายคือคุณ รุตา เหลืองอ่อน และในการตั้งชื่อร้านก็เกิดจากการเรียกติดปากของลูกค้าประจำที่มาอุดหนุนขนมกับคุณยาย โดยเรียกว่า คุณยายจึงกลายเป็นชื่อร้านขนมคุณยายจนถึงปัจจุบันนี้



ส่วนประกอบในการทำขนมเรไร



                                                        เส้นแป้งข้าวเจ้า


 มะพร้าวอ่อน


                         
กะทิ


                                                                 
งาขาวคั่ว



น้ำตาลทราย


วิธีการทำขนมเรไร (รังไร)

1.นำแป้งข้าวเจ้าที่นวดไว้เรียบร้อยแล้วมาใส่ไว้ในเครื่องพิมพ์เส้นแล้วกดให้ได้รูปร่างเป็นก้อนเส้นแป้งขนาดหย่อม ๆ พอดีคำ
2.นำก้อนเส้นแป้งที่ได้ไปนึ่งประมาณ 1-3 นาที
3.ช้อนก้อนเส้นแป้งที่นึ่งเรียบร้อยแล้วใส่จาน
4.ตักมะพร้าวอ่อน น้ำตาลทราย น้ำกะทิและงาขาวคั่วราดบนก้อนเส้นแป้งที่นึ่งแล้ว
5.จะได้หน้าขนมเรไร (รังไร) ที่น่ารับประทานหอม หวาน อร่อย



ติดต่อร้านขนมคุณยาย

ที่อยู่ บ้านเลขที่ 13 หมู่ 4 ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
โทร 081-8070952
เปิดบริการ ทุกวัน 09. 00 -17. 00 น




**********************





วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

              


                   สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล  หรือชื่อที่นิยมเรียกกันว่า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน เป็นสถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งอยู่ในเนื้อที่ของมหาวิทยาลัยบูรพา ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทยและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี

การจัดแสดง
          ส่วนการจัดแสดงถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ใหญ่ ๆ โดยบริเวณภายนอกสถาบัน จะมีการแสดงโครงกระดูกวาฬแกลบ ที่ตายในเขตน่านน้ำไทย 



            ชั้นแรก มีการแสดงสัตว์อาศัยบริเวณชายฝั่งที่มีปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เช่น แมงดาทะเล, ปลิงทะเล, หอยเม่น, ดาวทะเล, ปูเสฉวน, ดอกไม้ทะเล เป็นต้น ต่อมาจึงเป็นส่วนของปลาในแนวปะการังซึ่งอาศัยอยู่อย่างเกื้อกูลกัน เช่น ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล เป็นต้น ต่อมาจึงเป็นส่วนของสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ปลาเศรษฐกิจ ปลาที่มีพิษ และปลาที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรและบ่อฉลาม โดยเฉพาะในส่วนของปลาที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรนี้ถือได้ว่าเป็นจุดสนใจของสถาบันแห่งนี้มาตลอด เพราะมีการเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ในตู้กระจกขนาดใหญ่ที่มีความจุน้ำถึง 200 ตัน ที่ใช้ความหนาของกระจกถึงหนึ่งคืบ เช่น ปลาหมอทะเล, ปลาฉลามครีบดำ ซึ่งปัจจุบันได้มีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมซึ่งสามารถจุน้ำได้ถึง 1,000 ตัน แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 และเปิดให้เข้าชมได้ในวันที่ 5 ธันวาคม ปีเดียวกัน





            ชั้นบน จะเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล ช่วงแรกเป็นการแสดงนิทรรศการถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 


เกี่ยวกับพระราชกรณีกิจทางด้านการฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านวิทยาศาสตร์การประมง ต่อมาเป็นการแสดงถึงเรื่องราวของอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น แพลงก์ตอน, ฟองน้ำ, หมึก เป็นต้น ต่อมาจึงเป็นส่วนของนิเวศวิทยาทางทะเลและสัตว์ทะเลที่มีความผูกพันเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทย มีการจัดแสดงเครื่องมือที่ใช้ในการประมงและเรือประมง เป็นต้น และพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย



ออกมาก็จะเป็นโบราณคดีใต้น้ำ ซึ่งเกิดจากการที่เรือได้ล่มเเละมีพวกถ้วย โถ ก็ล่วงไปยังใต้ท้องทะเล



             จากการที่ได้มาศึกษาเเหล่งเรียนรู้ที่ชั้น  2 นั้นทำให้ดิฉันได้มีความรู้มากขึ้นเเละรู้ถึงเรื่องที่เป็นอดีตเเละปัจจุบันของโลกเเห่งท้องทะเลชั้น 2 จะมีวัตถุที่เป็นของจริงที่สตาฟไว้เเละเป็นของจำลองเพื่อให้พวกเราได้มาศึกษากัน การศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆหรือการได้รับข้อมูลการเรียนรู้นั้นไม่จำเป็นต้องเรียนในห้องเรียนเท่านั้น สถานที่ทุกที่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ค่ะ

การเข้าชม
          เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 60 บาท ชาวต่างชาติ เด็ก 100 ผู้ใหญ่ 180 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะและมีวิทยากรบรรยายต้องติดต่อล่วงหน้าก่อน 7 วัน


**********************






**********************************************************************




แนวทางในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต

แนวทางในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคต

1. ในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคตมี วัตถุประสงค์กี่ประการอะไรบ้าง
ตอบ     การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในอนาคตมีวัตถุประสงค์อยู่ 4 ประการ
            1) ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้เพื่อทักษะแห่งอนาคตใหม่ในศตวรรษที่ 21
            2) ตอบสนองความทันสมัยและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและ
                การสื่อสาร
            3) ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของหลักสูตร และสาระการเรียนรู้
            4) ตอบสนองการเรียนรู้รายบุคคลบนโลกสังคมออนไลน์

2. ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คืออะไร
ตอบ     คือ  ความสามารถ สมรรถนะที่ต้องมีในแต่ละบุคคลเพื่อให้สามารถปรับตัว และดาเนินชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีในช่วงปี ค.ศ.2001-2100

3. บทบาทของผู้สอนยุคใหม่ในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้เป็นอย่างไร
ตอบ
           


4. เทคนิควิธีการสอนแบบโครงงานในการใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้มีกี่ประเภทอะไรบ้าง
ตอบ     วิธีสอนแบบโครงงาน มี 3 ประเภท ได้แก่
            1) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามวัตถุประสงค์ของเนื้อหาสาระการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่มีเป้าหมายโดยกิจกรรมต่าง ๆ ผู้สอนนั้นต้องวางแผนให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะการคิด ทักษะการสื่อสารและความร่วมมือ ทัศนคติ ค่านิยม ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
            2) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามความสนใจของผู้เรียน กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนนั้นเป็นผู้วางแผน และระดมสมองเพื่อกำหนดขั้นตอนการทาโครงงานของผู้เรียนโดยที่ผู้เรียนนั้นทาตามความต้องการ และความสามารถของผู้เรียนแต่ละคน หรือกลุ่ม โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือเป็นการบูรณาการทักษะ ความรู้ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และทักษะต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
           3) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผสมผสานบูรณาการแนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้อื่น ๆ และเทคโนโลยีการศึกษา กล่าวคือ เป็นลักษณะการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนได้นาหลักการแนวคิดทฤษฎีการศึกษา การเรียนรู้ และเทคโนโลยีการศึกษา เช่น การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการนาตนเอง การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานตามแนวคิดจิตตปัญญา การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานผ่านคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นต้น




                                                 **************************

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้



แนวโน้มของแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21


1. วิธีการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศจากแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

1)  ใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ หรือโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ (Web Browser) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศและปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวซึ่งได้มีการจัดระบบในการให้บริการบนเว็บไซต์ซึ่งอาจจะมีการออกแบบและเขียนเว็บไซต์ดังกล่าวด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เช่น ภาษา HTML (Hyper Text Markup Language) ภาษา CSS (ย่อมาจาก Cascading Style Sheets) หรือภาษา XHTML (ย่อมาจาก Extensible HyperText Markup Language) เป็นต้น สาหรับโปรแกรม Web Browser ที่ได้รับความนิยมทั้งในอดีตและในปัจจุบัน เช่น Internet Explorer Mozilla Firefox และ Google Chrome เป็นต้น


สัญลักษณ์ของตัวอย่างโปรแกรม Web Browser
              
             2) ใช้โปรแกรมช่วยในการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) หรือทับศัพท์ เสิร์ชเอนจินซึ่งเป็นโปรแกรมในการเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและระบบเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ข้อมูลที่ต้องการค้นหา ซึ่งผู้ใช้สามารถสืบค้นข้อมูลสารสนเทศได้ทั้งข้อความ รูปภาพ สื่อมัลติมิเดีย ภาพเคลื่อนไหว วีดิโอ หรือข้อมูลสารสนเทศอื่น ๆ ตัวอย่างโปรแกรมช่วยในการสืบค้นข้อมูลที่ให้บริการ ได้แก่ http://www.google.com นิยมมากที่สุด                       http://www.yahoo.com              http://www.bing.com                  http://www.altavista.com http://www.thaifind.com            http://www.ixquick.com             http://www.thaiseek.com http://www.thaiall.com              http://www.lycos.com                 http://www.excite.com    เป็นต้น
              
             ตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ http://www.google.com เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่มีฐานข้อมูลที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของโลก โดยการให้การบริการสืบค้นข้อมูลของ กูเกิล นี้      แต่เดิมคือบริษัทที่จัดการฐานข้อมูลในการค้นหาเว็บไซต์ให้กับบริษัทต่าง ๆ หลังจากนั้นจึงได้พัฒนาเว็บไซต์เพื่อเปิดให้บริการในการสืบค้นข้อมูลของกูเกิลเองโดย มีฐานข้อมูลมากกว่าสี่พันล้านเว็บไซต์และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ ทุกวัน โดยกูเกิล นี้มีความโดดเด่นที่ได้เปรียบกว่าบริษัทที่ให้บริการในการสืบค้นหาข้อมูลอื่น ๆ นั่นคือ รองรับภาษาต่าง ๆ ในการสืบค้นข้อมูลมากกว่า 80 ภาษาทั่วโลก ซึ่งภาษาไทยเป็นภาษาหนึ่งที่กูเกิลนั้นรองรับ โดยมีเครื่องแม่ข่าย (Server) เพื่อดาเนินการในการให้บริการครอบคลุมภูมิภาคต่าง ๆ ของโลกจานวนกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สานักงานมากกว่า 70 แห่ง รวมทั้งในประเทศไทย


2. URL คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
            URL ย่อมาจากคำว่า Uniform Resource Locator คือ ที่อยู่ (Address) ของข้อมูลต่างๆใน Internet เช่น ที่อยู่ของไฟล์หรือเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต
 เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมานั้นจะจัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web: WWW) โดยผู้ใช้สามารถระบุที่อยู่ของทรัพยากรบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า URLs (Uniform Resource Locators) ซึ่งมีส่วนประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
         1) โปรโตคอล (Protocol) คือ แหล่งที่อยู่ของทรัพยากรซึ่งโปรโตคอลพื้นฐาน
สำหรับโปรแกรมค้นดูเว็บ คือ http
        2) ชื่อโดเมน (Domain name) คือ ชื่อที่ใช้เรียกเพื่อระบุลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อไปค้นหาในระบบ เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส (IP-Address) ของชื่อดังกล่าว

2. URL คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรกับ แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
            URL ย่อมาจากคำว่า Uniform Resource Locator คือ ที่อยู่ (Address) ของข้อมูลต่างๆใน Internet เช่น ที่อยู่ของไฟล์หรือเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต
 เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมานั้นจะจัดเก็บไว้ที่ระบบบริการเว็บหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือระบบคลังข้อมูลอื่น ๆ โดยโปรแกรมค้นดูเว็บเปรียบเสมือนเครื่องมือในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web: WWW) โดยผู้ใช้สามารถระบุที่อยู่ของทรัพยากรบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า URLs (Uniform Resource Locators) ซึ่งมีส่วนประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
         1) โปรโตคอล (Protocol) คือ แหล่งที่อยู่ของทรัพยากรซึ่งโปรโตคอลพื้นฐาน
สำหรับโปรแกรมค้นดูเว็บ คือ http
        2) ชื่อโดเมน (Domain name) คือ ชื่อที่ใช้เรียกเพื่อระบุลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อไปค้นหาในระบบ เพื่อระบุถึง ไอพีแอดเดรส (IP-Address) ของชื่อดังกล่าว


3. หลักการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของแหล่งแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
             1. วัตถุประสงค์ความต้องการในการนำข้อมูลสารสนเทศไปใช้ประกอบด้วย
                        1.1 ผู้ใช้ต้องวิเคราะห์ความต้องการของตนในการน าข้อมูลสารสนเทศไปใช้
                        1.2 ผู้ใช้แยกแยะประเด็น และเลือกหัวข้อที่ต้องการสืบค้น
              2. พิจารณาด้านคุณภาพเว็บไซต์ที่ใช้ในการเผยแพร่ ได้แก่
                        2.1 ข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในเว็บไซต์หรือไม่
                        2.2 ข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวนั้นเป็นสาระเนื้อหาตรงตามวัตถุประสงค์ใน
การสร้าง หรือเผยแพร่ข้อมูลของเว็บไซต์หรือไม่
                        2.3 เว็บไซต์ดังกล่าวได้ให้ที่อยู่ E-mail address ในการให้ผู้อ่านติดต่อ
สอบถามหรือไม่ หรือสามารถติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ได้หรือไม่
                        2.4 เว็บไซต์ดังกล่าวสามารถเชื่อมโยง (Link) ไปยังเว็บไซต์อื่นที่อ้างถึง
ได้หรือไม่
                        2.5 เว็บไซต์ดังกล่าวมีการปรับปรุงข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์อย่างต่อเนื่อง
หรือไม่
                        2.6 เว็บไซต์ดังกล่าว มีช่องทางให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็น
                        2.7 เว็บไซต์ดังกล่าวมีข้อความเตือนผู้อ่านให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ
ใช้ข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์
                        2.8 เว็บไซต์ดังกล่าวควรมี การระบุข้อความว่า เป็นเว็บไซต์ส่วนตัวหรือระบุแหล่งที่ให้การสนับสนุนในการสร้างเว็บไซต์
                        2.9 เว็บไซต์ดังกล่าวมีข้อความเตือนผู้อ่านให้ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ
ใช้ข้อมูลที่ปรากฏบนเว็บไซต์
               3. พิจารณาด้านเนื้อหาข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์ที่นำเสนอ ได้แก่การใช้แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ 8
                        3.1 ข้อมูลสารสนเทศดังกล่าวมีการบอกแหล่งที่มาของข้อมูลหรือมีการอ้างอิง
เนื้อหาที่นาเสนอบนเว็บไซต์หรือไม่
                        3.2 เนื้อหามีการระบุวันเวลาในการเผยแพร่ข้อมูลบนเว็บไซต์
                        3.3 เนื้อหาเว็บไซต์ไม่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรม และจริยธรรม
                        3.4 เนื้อหาข้อมูลสารสนเทศระบุวันเวลาในการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดหรือไม่
                        3.5 เนื้อหาดังกล่าวในข้อมูลสารสนเทศมีการระบุชื่อผู้เขียนบทความหรือผู้ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์หรือไม่
                        3.6 คุณภาพของเนื้อหาสาระในการเขียนเนื้อหาข้อมูลสารสนเทศบนเว็บไซต์ มี
ความถูกต้อง ประกอบด้วย
                        3.7 เนื้อหาสารสนเทศบนเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีความลำเอียงในการนำเสนอสาระ
หรือการแสดงความคิดเห็น โดยควรใช้ข้อเท็จจริงในการสนับสนุน


4. Virtual Field Trip
            การศึกษานอกสถานที่เสมือนจริง  (Virtual Field Trip)  หมายถึง การจำลองแบบสถานการณ์ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงหรือสถานที่จริงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้เรียนได้เห็นจริงและเข้าใจง่าย


5. พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง (Virtual Museum)  
หมายถึง สิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเสนอภาพสามมิติ เสมือนจริงที่ถูกแปลงเป็นตัวเลข ในเครื่องมือนี้อาจเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ข้อมูลสารสนเทศต่างๆ โดยใช้กระบวนการอินเทอร์เน็ตในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นข้อมูลออนไลน์ที่ดูซ้ำได้หลายครั้งเพื่อศึกษาค้นคว้า ตรวจสอบและสำรวจตรวจค้นได้ 




6. ความหมายของเทคโนโลยี AR มีประโยชน์อย่างไรในการเป็นแหล่งการทรัพยากรการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
            เทคโนโลยีเสมือนจริง (Augmented Reality Technology) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เทคโนโลยี AR” (Augmented Reality) เป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานเอาโลกในความเป็นจริงและโลกเสมือนที่สร้างขึ้นมาผสานเข้าด้วยกันผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ เป็นการสร้างข้อมูลอีกข้อมูลหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบบนโลกเสมือน (virtual world) เช่น ภาพกราฟิก วิดีโอ รูปทรงสามมิติ และข้อความ ตัวอักษร ให้ผนวกซ้อนทับกับภาพในโลกจริงที่ปรากฏบนกล้อง



****************************************